Loro Piana นำประสบการณ์งานสิ่งทอและผ้าขนสัตว์สุดลักชัวรีกว่า 6 ชั่วอายุคนจากอิตาลีมาสู่ประเทศไทย
บทความ: LuxuoTH
จากจุดเริ่มต้นของครอบครัวลอโร่ เปียน่า ที่ประกอบธุรกิจค้าขายผ้าขนสัตว์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ในเมืองทริเวโร สู่การผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและก่อตั้งบริษัทซึ่งในเวลานั้นมีชื่อว่า “Ing. Loro Piana & C.” ตั้งอยู่ที่คอร์โซ โรลันดี (Corso Rolandi) ในปี ค.ศ. 1924 โดย ปิเอโตร ลอโร่ เปียน่า และยังคงเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทในปัจจุบัน กว่าหกชั่วอายุคนแล้วที่ครอบครัวลอโร่ เปียน่า สืบสานความเป็นผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญและฝีมือในด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าขนสัตว์ชนิดด่างๆ และขนสัตว์หายากจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักออกแบบแฟชั่นชื่อดังมากมายทั่วโลก

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 โดยเฉพาะช่วงหลังสงคราม ถือเป็นปีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Lora Piana มีการนำผลิตภัณฑ์เส้นใยผ้าแคชเมียร์ไปจำหน่ายยังส่วนที่อื่นๆ ของยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 70 Lora Piana มีการแสวงหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลก อาทิ แคชเมียร์ วิคูญา และขนสัตว์เนื้อละเอียดพิเศษอีกหลากหลายชนิด พร้อมค้นคว้าวิธีการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาและนำมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีการผลักดันที่จะเปิดตัวสาขาใหม่ของบริษัทที่นำเสนอเสื้อผ้าพร้อมใส่เป็นครั้งแรก โดยแผนกสินค้าลักชัวรีจึงถือกำเนิดขึ้นในทศวรรษที่ 80 เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามยุคสมัย ซึ่งเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างความสง่างามและประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว จากนั้น Loro Piana จึงเริ่มพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา

ผลิตภัณฑ์ของ Loro Piana ที่นับเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีเชื่อเสียง ได้แก่ ผ้าวิคูญา ซึ่งเส้นใยวิคูญานี้ได้มาจากสมาชิกขนาดเล็กของตระกูลอูฐ อัลปากา และลามะ วิคูญาอาศัยอยู่ในป่าบนเทือกเขาแอนดีสที่ระดับความสูงกว่า 4,000 เมตร มีแหล่งกำเนิดสำคัญในเปรู โบลิเวีย และอาร์เจนตินา การตัดขนของวิคูญาจะถูกตัดตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นไปในช่วงที่อากาศนั้นอุ่นขึ้น เมื่อขนถูกตัดเหล่าวิคูญาจะถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติในทันทีและการเก็บขนนี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 2 ปีเท่านั้น
แคชเมียร์และเบบี้แคชเมียร์ก็มีความพิเศษไม่แพ้ผ้าขนสัตว์ชนิดอื่น โดยเฉพาะเบบี้แคชเมียร์ซึ่งได้จากขนลูกแพะ Hircus ที่ได้ผ่านกระบวนการหวีอย่างละเอียดอ่อน และต้องเป็นการเก็บขนที่เกิดขึ้นภายใน 12 เดือนแรกของชีวิตสัตว์และเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น โดยลูกแพะแต่ละตัวสามารถผลิตเส้นใยได้ไม่เกิน 30 กรัม ซึ่งทำให้เบบี้แคชเมียร์เป็นหนึ่งในเส้นใยที่พิเศษที่สุดในโลก ส่วน The Gift of Kings ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากขนแกะเมอริโนที่มีคุณภาพสูงสุดและดีที่สุดในโลกจากทุ่งหญ้าในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเส้นใยจำนวน 13 ไมครอนนี้มีคุณภาพสูงสุดและเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นได้ดีที่สุด ซึ่งชื่อ The Gift of Kings ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์สเปนในการมอบแกะเมอริโนคู่หนึ่งเป็นของขวัญแก่กษัตริย์องค์อื่นเพื่อเป็นเกียรติแก่ความสัมพันธ์และผนึกพันธมิตร
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นับเป็นสิ่งทอล้ำค่าของ Loro Piana นั่นก็คือ Lotus Flower คือเส้นใยที่ได้มาจากดอกบัวที่เติบโตในน้ำของทะเลสาบอินเลในภาคตะวันออกของเมียนมาร์ที่นำมาผลิตเป็นเส้นใยที่ละเอียดและพิเศษที่สุด ซึ่งกระบวนการทุกขั้นตอนใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเก็บเกี่ยวนั้นทำด้วยมือเท่านั้น โดยก้านดอกบัวจำนวน 6,500 ก้านนั้นสามารถนำมาทอเป็นเส้นด้ายความยาวสำหรับเสื้อเบลเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น

ถึงแม้ปัจจุบัน Loro Piana จะอยู่ภายใต้ร่มเงาเครือยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH แต่แบรนด์ Loro Piana ก็ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในการประดิษฐ์ผ้าขนสัตว์จากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในโลกที่มาจากแหล่งผลิตที่มีความยั่งยืน เคารพผู้เพาะพันธุ์และสัตว์ที่ได้รับวัดถุดิบมา และ Loro Piana ยังให้การสนับสนุนกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์หายากบางชนิด และยังเป็นผู้สร้างกระบวนการทางเทคนิคอันล้ำสมัยเพื่อผลิตผ้าที่ทนทานต่อลม ฝน และความเย็นอีกด้วย แฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบในความสง่างามและเรียบหรูของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Loro Piana ก็เตรียมพบกับบูติคแห่งแรกในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้บริเวณชั้น M ของ Siam Paragon
บทความที่เกี่ยวข้อง: Rimowa and Tiffany & Co. Blend Their Distinctive Elements into These Most Memorable Travel Companions




