ทำความรู้จัก 5 บริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำระดับโลกที่มีประวัตินับร้อยปี และยังคงโลดแล่นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
บทความ: LuxuoTH ภาพเปิด: Shutterstock
ในสมัยเรียน “ยา” เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่เราเคยท่องจำไปวันๆ แบบไม่ค่อยเข้าใจ ทว่าในวันนี้ยาคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งในแง่ของสรรพคุณในการรักษาหรือบรรเทาอาการ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ในยุคที่ผู้คนให้ความสนใจดูแลสุขภาพ เราในฐานะที่เป็นผู้ใช้ย่อมมีตัวเลือกมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ผลิตยังต้องทำหน้าที่เร่งค้นคว้าวิจัยยาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมวลมนุษยชาติให้ดีขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมยาเติบโตขึ้นตามลำดับ ข้อมูลจากเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2018 ระบุว่าอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบันในไทยมีมูลค่าประมาณ 1.77 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตได้อีก 5-10% ต่อปี พูดถึงเรื่องยาทั้งที Luxuo Thailand จึงอยากชวนคุณไปทำความรู้จักกับ 5 บริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำที่น่าสนใจและมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน
Johnson & Johnson

Johnson & Johnson เป็นบริษัทข้ามชาติในอุตสาหกรรมยา เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1886 หลังจากที่โรเบิร์ต จอห์นสัน ชักชวนพี่น้องของเขาอีกสองคน เจมส์ จอห์นสัน และเอ็ดวาร์ด จอห์นสัน มาร่วมทีมด้วย ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองนิวบรันสวิค รัฐนิวเจอร์ซีย์ มีบริษัทย่อยประมาณ 250 บริษัท ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

จุดกำเนิดของ Johnson & Johnson เริ่มต้นขึ้นจากความตื่นตัวในเรื่องการรักษาความสะอาดของแผลและขั้นตอนการทำแผล เนื่องจากหมอและพยาบาลในยุคนั้นต้องใช้สำลีซึ่งได้จากเศษฝ้ายที่ตกเกลื่อนตามพื้นของโรงทอผ้า ความที่สะอาดไม่พอเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อ อุบัติการณ์นั้นจึงจุดประกายให้ Johnson & Johnson คิดค้นและผลิตสำลีกับผ้าก๊อซอนามัยซึ่งปลอดภัยพอที่จะใช้ในห้องผ่าตัด และนับเป็นรายแรกของโลก
จากจุดกำเนิดในวงการแพทย์นี้เอง ทำให้ Johnson & Johnson มีภาพลักษณ์ที่ผูกติดกับสุขภาพและความปลอดภัยเรื่อยมา บริษัทสร้างชื่อเสียงขึ้นอีกจากการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น พลาสเตอร์ปิดแผล รวมทั้งยาสามัญประจำบ้านที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Tylenol สำหรับบรรเทาปวด ลดไข้ และ Zyrtec ยาต้านฮีสตามีนที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ นอกจากสินค้าทางการแพทย์แล้ว Johnson & Johnson ยังขยายไลน์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เช่น สบู่ แป้ง ครีมทาผิว ยาสีฟัน ฯลฯ

ล่าสุด Johnson & Johnson ทุ่มเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโคโรน่าไวรัสซึ่งจะพร้อมทำการทดลองใช้ในมนุษย์ในเดือนกันยายนนี้เป็นอย่างช้า และหากสำเร็จแล้วก็จะเร่งผลิตวัคซีนจำนวน 1 พันล้านโดสต่อปีให้ประชาชนทั่วโลกได้ใช้กันในปีหน้า แต่จะมุ่งให้บุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับวัคซีนก่อนใครตามที่สมควรจะเป็น

Merck & Co.

Merck & Co. ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1891 โดย จอร์จ ดับเบิ้ลยู. เมอร์ค เป็นบริษัทยาของสหรัฐอเมริกา มีแหล่งกำเนิดจากประเทศเยอรมนี คือ Merck KGaA โดยเป็นทรัพย์สินของเยอรมนีในสหรัฐฯ ต่อมาบริษัทถูกยึดในปี ค.ศ.1917 ตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นบริษัทอิสระ ปัจจุบัน Merck & Co. เป็นบริษัทยาที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ Merck ได้แก่ ยารักษาโรคเบาหวาน โรคติดเชื้อ โรคมะเร็งและเนื้องอก วัคซีน และถ้าเอ่ยถึงยาในกลุ่ม 5–Alpha Reductase Inhibitor อย่างเช่น Propecia และ Proscar ที่ใช้รักษาอาการผมร่วงซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะในเพศชาย หลายคนคงคุ้นหูและอาจมีประสบการณ์ในการใช้ยาชนิดนี้มาแล้ว รวมถึง Fosamax ยาที่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุน

นับจากยุคแรกๆ ที่ค้นพบวิตามินบี 1 และวัคซีนป้องกันโรคหัด มาจนถึงวันนี้ Merck ยังคงยึดมั่นกับปณิธานเดิมในการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขององค์กร

Novartis International

Novartis International เป็นบริษัทผู้ผลิตยาในระดับนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1996 โดยการควบรวมกิจการระหว่างสองบริษัทใหญ่สัญชาติสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน คือ Ciba-Geigy กับ Sandoz Laboratories โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในปี 2015 Novartis ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในปี 2018 ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทยาที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ รวมทั้งจัดตั้งสถาบันวิจัย Novartis Institutes for BioMedical Research (NIBR) เพื่อร่วมมือกับองค์กรวิจัยต่างๆ ทั่วโลกในการพัฒนายาสมัยใหม่ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Novartis มีความน่าเชื่อถือและสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า 750 ล้านคนทั่วโลก

นอกจาก Diovan ยารับประทานที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงแล้ว Novartis ยังเป็นผู้ผลิตยาภายนอกที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลายและสามารถเลือกซื้อได้เองโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ ที่เรารู้จักกันดีและต้องมีติดบ้านไว้เสมอก็คือ Voltaren เจลบรรเทาอาการอักเสบและปวดกล้ามเนื้อนั่นเอง

Roche

ปี ค.ศ. 1896 คือจุดเริ่มต้นของ Roche บริษัทยาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยวิสัยทัศน์ของฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ในวัยเพียง 28 ผู้ที่ตระหนักว่าการผลิตยาในอุตสาหกรรมจะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการต่อสู่กับโรคร้าย และนั่นคือที่มาของการเติบโตของหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านการดูแลสุขภาพของโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Roche เป็นที่ยอมรับว่าเป็นบริษัทอันดับต้นๆ ของโลกที่ทำการค้นคว้าและวิจัยยารักษามะเร็ง มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ในปี 2018 ถูกจัดเป็นบริษัทยาที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ผลิตภัณฑ์ของ Roche ส่วนใหญ่เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน และโรคมะเร็ง ดังจะเห็นได้จากรายชื่อยาที่วงการแพทย์นำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เช่น Avastin และ Herceptin ซึ่งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine ในปี 2005 ระบุว่ายาตัวนี้มีกลไกฆ่าเซลล์มะเร็งและลดโอกาสการกลับมาเป็นใหม่ของมะเร็งเต้านมได้ถึง 46%

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ Roche ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาความเป็นเลิศในทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ เพื่อผลิตยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย ตลอดจนมุ่งมั่นทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อการป้องกันและจัดการกับโรคร้ายได้อย่างยั่งยืน ดังจะเห็นได้จากการที่ Roche เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้เป็นผู้ผลิตชุดตรวจ Covid-19 ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในเวลานี้ และยังได้รับอนุญาตให้ทำการทดสอบการใช้ยา Actemra ในผู้ป่วย Covid-19 ที่มีอาการปอดบวมอย่างหนักด้วย โดยที่ยานี้เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

Pfizer

ย้อนหลังไป 171 ปี อาคารธรรมดาหลังหนึ่งในมหานครนิวยอร์ค ซึ่งรวมประโยชน์ใช้สอยทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ โรงงาน และคลังสินค้า ถูกสร้างขึ้นจากความร่วมมือของลูกพี่ลูกน้อง ชาร์ลส์ ไฟเซอร์ และชาร์ลส์ เอฟ. เออร์ฮาร์ต ด้วยเงินทุนก้อนแรก 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ผลงานชิ้นแรกของห้องทดลองแห่งนี้ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักคือยารักษาโรคพยาธิลำไส้ ที่มีชื่อว่า Santonin และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Pfizer บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาในหลายประเทศทั่วโลก

การคิดค้นตัวยาและวัคซีนใหม่ๆ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพคือเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุดของ Pfizer จากข้อมูลของบริษัทที่เปิดเผยถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็นยาให้เราใช้นั้น เริ่มจากห้องทดลองเล็กๆ ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาจนถึงโรงพยาบาลและร้านขายยา พวกเขาต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2-15 ปี และเงินทุนกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการคิดค้นยารักษาโรค 1 ชนิด

Xanax เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของ Pfizer ที่ใช้รักษาโรควิตกกังวลและช่วยให้นอนหลับ ได้รับอนุญาตจัดจำหน่ายโดยองค์การอาหารและยา ในปี ค.ศ. 1981 รวมถึง Viagra ยาที่ช่วยให้น้องชายของเหล่าบุรุษพร้อมออกรบได้อย่างสมศักดิ์ศรี ส่งผลให้ทั้งชื่อยาและชื่อเสียงบริษัทโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน Pfizer มีศูนย์วิจัยพัฒนาทั้งหมด 10 แห่ง และมีพนักงานที่ร่วมสืบทอดเจตนารมณ์มากกว่า 100,000 คนใน 6 ทวีปทั่วโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง: Who to Thank for Alcohol-Based Handrubs
